MUFG ตั้ง”ไพโรจน์ ชื่นครุฑ”ผู้บริหารระดับสูง BAY นั่ง Executive Officer

MUFG ตั้ง”ไพโรจน์ ชื่นครุฑ”ผู้บริหารระดับสูง BAY นั่ง Executive Officer

มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่งตั้งนายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ให้ดำรงตำแหน่ง Executive Officer ของ MUFG

นายไพโรจน์ เป็นผู้บริหารระดับสูงของกรุงศรีที่ดูแลรับผิดชอบด้านกลยุทธ์และการวางแผนธุรกิจของธนาคาร ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 25 ปีในธุรกิจการเงินเพื่อรายย่อย ในตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของหลากหลายองค์กรรวมถึงกรุงศรี ออโต้ และบมจ.จีอี แคปปิตอล ออโตลีส นายไพโรจน์เป็นหนึ่งในผู้นำกรุงศรีที่มีส่วนร่วมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) อ่านเพิ่มเติม

ศาลล้มละลายกลางรับคำร้องขอฟื้นฟูฯ THAI “ไพรินทร์”อาจถอนตัวผู้ทำแผน

ศาลล้มละลายกลางรับคำร้องขอฟื้นฟูฯ THAI นัดไต่สวน 17 ส.ค., “ไพรินทร์”อาจถอนตัวผู้ทำแผน

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการติดตามการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาบมจ.การบินไทย (THAI) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (27 พ.ค.) ศาลล้มละลายกลางรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบมจ.การบินไทย (THAI) และกำหนดวันไต่สวน ในวันที่ 17 ส.ค.63 หากมีเจ้าหนี้คัดค้าน

ทั้งนี้ จะมีการประสานส่งคำร้องให้เจ้าหนี้ ที่มีอยู่มากกว่า 1 ล้านราย ที่มีการแยกกลุ่มได้แก่ เจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้เงินกู้ เจ้าหนี้หุ้นกู้ซึ่งรวมสมาชิกรอยัลออร์คิดพลัส ที่มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ด้วย

ส่วนเจ้าหนี้ต่างประเทศ มีทางเลือกว่าจะรับคำร้องโดยเข้ากระบวนการฟื้นฟูของศาลไทย ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แนวทางกฎหมายล้มละลายของสหรัฐอเมริกา Chapter 11 และให้ยื่นศาลในต่างประเทศ ที่การบินไทยมีทรัพย์สินอยู่หรือบินไปประเทศใด เพื่อให้รับทราบและคุ้มครองไม่ให้เจ้าหนี้บังคับชำระหนี้

ในระหว่างนี้การบินไทยจะมีการเจรจากับเจ้าหนี้นอกศาลก่อน หากเจ้าหนี้พิจารณาผู้ทำแผนแล้วยอมรับก็คงไม่มีการคัดค้าน และให้ส่งแผน อย่างไรก็ตาม หากมีเจ้าหนี้คัดค้าน ก็จะมีการเรียกประชุมเจ้าหนี้โดยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ อ่านเพิ่มเติม

TQM เร่งแผนดิจิทัลทรานฟอร์มรับ New Normal บริการจบที่เดียว

TQM เร่งแผนดิจิทัลทรานฟอร์มรับ New Normal พัฒนางานขาย-บริการจบที่เดียว

นายอัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น (TQM)และ ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก ส่งผลให้ภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ประเมินสถานการณ์หลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 จับพฤติกรรมผู้บริโภค เร่งวางกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ “New Normal” เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจ ซึ่งในส่วนของ TQM คาดการณ์ “New Normal” ที่จะเป็นเทรนด์ใหม่และเป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัทที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ได้แก่

1. Digital is a new life เทรนด์ดิจิทัลจะกลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ของผู้คน โควิด-19 ทำให้เกิด Social distancing กระตุ้นให้ผู้คนปรับตัวสู่โลกดิจิทัล สั่งซื้อสินค้าและบริการผ่านระบบออนไลน์ ใช้จ่ายแบบไร้เงินสด และปรับการทำงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้ในภาวะไม่ปกติ และพฤติกรรมเหล่านี้จะยังคงอยู่แม้จะพ้นวิกฤติไปแล้ว สำหรับวงการประกัน ผู้บริโภคหันมาซื้อประกันภัยผ่านออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยในช่วงโควิด -19 ระบาดลูกค้าซื้อประกันโควิด-19 ผ่านช่องทางออนไลน์ถึง 90% ส่งผลให้ผู้บริโภคเรียนรู้และคุ้นชินกับการซื้อประกันออนไลน์ ที่สะดวก รวดเร็ว คุ้มครองทันที ซึ่งพฤติกรรมนี้จะเป็นกลาย New Normal ใหม่

2. Health-Conscious เทรนด์สุขภาพ ผู้คนจะให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น เพราะสถานการณ์โควิด- 19 ทำให้ผู้คนเริ่มวางแผนด้านสุขภาพและเตรียมพร้อมด้วยการหาประกันมาเป็นหลักในการดูแลสุขภาพและเป็นสวัสดิการคุ้มครองตัวเอง เพื่อเตรียมรับมือกับโรคอุบัติเก่าและโรคอุบัติใหม่ โดยที่ผ่านมามีผู้ซื้อประกันโควิดกับTQM กว่า 1 ล้านกรมธรรม์ และโดยมากซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ อีกทั้งยังพบว่าตัวเลขผู้ซื้อกรมธรรม์คุ้มครองโรคอื่น ๆ อาทิ ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออกในปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจากการที่ผู้คนจะให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้นTQM จึงได้เพิ่มบริการ Tele Health Consult ที่มีทีมแพทย์กว่า 400 คน คอยให้คำปรึกษาด้านสุขภาพในเบื้องต้น

3. New ways of living เทรนด์ชีวิตวิถีใหม่ ใหม่ ผู้คนในสังคมมีรูปแบบการดำเนินชีวิตใหม่ๆ รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปจากพนักงานประจำเป็นฟรีแลนซ์มากขึ้น ด้านการใช้ชีวิตประจำวัน จะระมัดระวังตนเองและตระหนักถึงความเสี่ยงของชีวิต ทำให้มองหาการลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยงในชีวิตมากขึ้น จากโรคภัยไข้เจ็บและการว่างงานแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งประกันจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์เพื่อเป็นหลักประกันให้กับชีวิตกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยจนขาดรายได้เหมือนสถานการณ์ที่ผ่านมา อ่านเพิ่มเติม

TMB-TBANK ลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR-MOR-MRR หวังช่วยลูกค้าสู้โควิด

TMB-TBANK ขานรับนโยบายรัฐ ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR, MOR และ MRR มุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ประกอบการ และรายย่อย

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด -19 ที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจไป ทั่วโลก ธนาคารได้ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยมาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ทีเอ็มบี และธนชาตจึงขอประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR (Minimum Lending Rate), MOR (Minimum Overdraft Rate) และ MRR (Minimum Retail Rate) โดย MLR จาก 6.25% ลดลง 0.125% เหลือ 6.125% MOR จาก 6.275% ลดลง 0.125% เหลือ 6.15% และ MRR จาก 6.63% ลดลง 0.35% เหลือ 6.28% ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

โดยการลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ นอกจากเป็นการลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทแล้ว ธนาคารได้มีการปรับลดดอกเบี้ย MRR ลงมากกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือแบ่งเบาภาระทางการเงินลูกค้าผู้ประกอบการและรายย่อย โดยเฉพาะลูกค้าสินเชื่อบ้านที่ต้องประสบปัญหาสภาพคล่องอันเนื่องจากเหตุการณ์ที่ยากลำบากในครั้งนี้ อ่านเพิ่มเติม

7UP ร่วมลงทุน MCE บริษัทจดทะเบียนตลาดหุ้นสิงคโปร์ หวังขยายธุรกิจ

7UP อาศัยจังหวะโควิด-19 พ่นพิษกดต้นทุนราคาสินทรัพย์ต่ำ ร่วมลงทุน MCE บริษัทจดทะเบียนตลาดหุ้นสิงคโปร์ หวังใช้เป็นช่องทางขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ

7UP รุกคืบอาศัยจังหวะโควิด-19 พ่นพิษกดต้นทุนลงทุนหด เข้าร่วมลงทุนใน “MCE” บริษัทผลิตชิ้นส่วนโลหะ จดทะเบียนในกระดาน “Catalist” ของตลาดหุ้นสิงคโปร์ คาดไตรมาส 3/63 ดำเนินการแล้วเสร็จ หวังอาศัยเป็นช่องทางขยายธุรกิจในต่างประเทศและแขนขาในการระดมทุน

นายสิทธิชัย กฤชวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ7UP เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกันได้ก่อให้เกิดโอกาสทางด้านลงทุนเช่นกัน เนื่องจากทำให้ต้นทุนราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ ปรับตัวลดลง ดังนั้นขณะนี้เป็นจังหวะสำคัญในการมองหาโอกาสการลงทุน

ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 ได้มีมติให้เข้าร่วมลงทุนเป็นพันธมิตรทางธุรกิจใน Metal Component Engineering Limited หรือ MCE ซึ่งจดทะเบียนและซื้อขายบนกระดาน “Catalist” ของตลาดหุ้นสิงคโปร์ ด้วยการซื้อหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 155,000,000 หุ้น มูลค่า 3.41 ล้านเหรียญสิงค์โปร หรือคิดเป็นมูลค่า 80 ล้านบาท เพื่อเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 29.3% คาดว่ากระบวนการเข้าลงทุนจะเสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน

MCE ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล, อุปกรณ์ชิ้นส่วนในระบบสำนักงานอัตโนมัติ, ชิ้นส่วนอะไหล่สำรองในอุตสาหกรรมยานยนต์, ชิ้นส่วนอุปกรณ์ในเครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และ จุดแสดงสินค้า เป็นหลัก ปัจจุบันมีรายได้ 45 ล้านเหรียญสิงคโปร์ อ่านเพิ่มเติม

PTT รอดูภาวะตลาดเหมาะสม ก่อนเตรียมออกหุ้นกู้ใช้คืนหนี้ 2.6 หมื่นลบ.

PTT รอดูภาวะตลาดเหมาะสม ก่อนเตรียมออกหุ้นกู้ใช้คืนหนี้ครบกำหนด 2.6 หมื่นลบ.

นางสาวพรรณพร ศาสนนันทน์ ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมแผนการออกและเสนอขายหุ้นกู้ เพื่อนำเงินไปชำระคืนวงเงินกู้ที่จะครบกำหนดต้องชำระมูลค่าราว 26,000 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามจะต้องดูภาวะตลาดและความต้องการ ตลอดจนสถานการณ์ของอัตราดอกเบี้ยควบคู่กันไปด้วย ขณะที่บริษัทยังคงนโยบายที่จะรักษาอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่เกิน 1 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 0.3 เท่า

ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาที่จะก่อสร้างคลังก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แห่งที่ 3 ในพื้นที่ของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม มาบตาพุดระยะ 3 เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุขนาดปริมาณของคลังได้ โดยจะต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของประเทศในช่วงขณะนั้น อ่านเพิ่มเติม

ทั่วโลก ติดโควิดสะสม 4.8 ล้านราย ลาตินอเมริกาเสียชีวิตเกิน 3 หมื่นราย

วันนี้ (19 พฤษภาคม) การแพร่ระบาดของโควิด-19 กำลังก้าวเข้าสู่เดือนที่ 5 ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลก ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสูงกว่า 4.8 ล้านราย รักษาหายแล้วกว่า 1.9 ล้านราย หรือกว่า 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด เสียชีวิตแล้วเกือบ 3.2 แสนราย อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 6.54%

ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธ์ุใหม่แล้วอย่างน้อยใน 181 ประเทศ ซึ่งชาติที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ สหรัฐอเมริกา (1,550,294 ราย) รัสเซีย (290,678 ราย) สเปน (278,188 ราย) บราซิล (255,368 ราย) และสหราชอาณาจักร (246,406 ราย)

ทางการบราซิลเผย พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 14,288 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 735 รายในวันเดียว นับเป็นประเทศที่พบการระบาดของโควิด-19 มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีผู้เสียชีวิตแล้ว 16,853 ราย ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในลาตินอเมริกาพุ่งสูงเกิน 30,000 รายแล้ว อ่านเพิ่มเติม

PJW คาดผลประกอบปี 63 แม้โควิดกระทบแต่จีนยังหนุน

PJW คาดผลประกอบปี 63 ทรงตัวจากปี 62 แม้โควิดกระทบไตรมาส 2/63 ค่อนข้างมากแต่จีนยังหนุน

นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ปัญจวัฒนาพลาสติก (PJW) เปิดเผยว่า บริษัทคาดผลประกอบการปี 63 จะทรงตัวจากปีก่อน เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ส่งผลให้ในเดือนเม.ย. ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศปิดไปเกือบทั้งหมด แต่ปัจจุบันเริ่มกลับมาเปิดเดินเครื่องการผลิตแล้ว เชื่อว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง และในช่วงไตรมาส 4/63 จะสามารถฟื้นตัวได้ค่อนข้างมาก
ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น (Lubricant Packaging) คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ค่อนข้างดี หลังจากที่ภาครัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ประชาชนสามารถกลับมาเดินทางเป็นปกติจะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเครื่องกลับมาอีกครั้ง ขณะที่ธุรกิจกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภคครัวเรือน และบรรจุภัณฑ์เคมี (Consumer, Household & Chemical Packaging) มีความต้องการใช้เติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยทั้ง 2 ธุรกิจดังกล่าวมีสัดส่วนรายได้ 52%
สำหรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติก โรงงานเจียงซู มณฑลเจียงซู ประเทศจีน เริ่มกลับมาดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.63 จะสามารถรับรู้รายได้เข้ามาเต็มปี และช่วยหนุนให้ทิศทางผลประกอบการของบริษัทออกมาไม่ติดลบเมื่อเทียบกับปีก่อน อ่านเพิ่มเติม

ชงแผนฟื้น THAI เข้า คนร.18 พ.ค. คลังมองขั้นตอนขายหุ้นยาก

คมนาคม ชงแผนฟื้น THAI เข้า คนร.18 พ.ค.ปรับสภาพพ้น รสก.ก่อนยื่นศาลไทย-สหรัฐขอล้มละลาย,คลังมองขั้นตอนขายหุ้นยาก

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ในวันที่ 18 พ.ค.นี้จะหารือแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.การบินไทย (THAI) ตามแนวทางที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้การบินไทยเข้าสู่กระบวนการล้มละลายเพื่อฟื้นฟูกิจการ โดยมีประเด็นสำคัญคือการบินไทยจะต้องพ้นจากสภาพความเป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อให้สามารถยื่นขอให้ศาลมีคำสั่งให้เข้าสู่กระบวนการล้มละลายทางกฎหมายได้

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม เห็นว่าการยื่นขอเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการนั้น เบื้องต้นเห็นว่าจะต้องยื่นขอเข้ากระบวนการทั้งในศาลไทย และศาลของสหรัฐ เพราะ THAI มีสินทรัพย์ส่วนหนึ่งอยู่ในต่างประเทศ และให้บริการทำการบินระหว่างประเทศ หากไม่มีการคุ้มครองก็อาจจะถูกยึดสินทรัพย์และเครื่องบินจากเจ้าหนี้ในต่างประเทศได้

อย่างไรก็ตาม หากสามารถเจรจากับเจ้าหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้การบินไทยสามารถยื่นต่อศาลในประเทศไทยเพียงแห่งเดียว โดยครอบคลุมความคุ้มครองไม่ให้ถูกยึดทรัพย์ในต่างประเทศก็สามารถทำได้

แนวทางดังกล่าวนี้การบินไทย โดยกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้จัดทำรายละเอียดของแผน และจะไม่มีการให้เงินกู้หรือค้ำประกันเงินกู้โดยกระทรวงการคลัง แต่หากจะมีการอัดฉีดเงินกู้ก็จะต้องเป็นหนี้บุริมสิทธิ์

แหล่งข่าว กล่าวว่า ประเด็นการทำให้การบินไทยพ้นจากความเป็นรัฐวิสาหกิจถือว่ายากมาก โดยเฉพาะขั้นตอนการลดสัดส่วนหุ้นของกระทรวงการคลัง เพราะคงไม่มีกลุ่มทุนรายใดที่จะยอมเข้ามาถือหุ้นในขณะที่การบินไทยจะต้องเดินเข้าสู่กระบวนการล้มละลายเพื่อทำแผนฟื้นฟูกิจการ อ่านเพิ่มเติม

UAC ยังแกร่ง-กำไรไตรมาสแรก 103 ลบ. มาร์จิ้นพุ่ง เดินเกมรุกขยายธุรกิจ

UAC ยังแกร่ง-กำไรไตรมาสแรก 103 ลบ. มาร์จิ้นพุ่ง 13.9% เดินเกมรุกขยายธุรกิจทุกด้านต่อเนื่อง

บมจ.ยูเอซี โกลบอล หรือ UAC แจ้งผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2563 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 103.07 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 35.74 ล้านบาท หรือคิดเป็นราว 53% จากธุรกิจเทรดดิ้ง ที่มีมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น และยังรับรู้ส่วนแบ่งผลกำไรของบริษัทฯ ร่วม BBF เพิ่มขึ้นอีกด้วย ด้าน CEO “ ชัชพล ประสพโชค ” ระบุ บริษัทฯยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนทางธุรกิจทุกด้าน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามแผน

นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2563 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 103.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 35.74 ล้านบาท หรือคิดเป็น 53.1% และแม้รายได้จากการขายและบริการจะลดลง แต่ระดับอัตราผลกำไรขั้นต้น (gross margin) เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จาก 9.9% ขึ้นมาที่ 23.8% หรือคิดเป็นการเติบโต 13.9 % เมื่อเทียบจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ขยับขึ้นจาก 12.3% เป็น 29.1% หรือเพิ่มขึ้นราว 16.8%
ส่วน EBITDA งวดไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 153.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.39 ล้านบาท หรือ 22.7 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น โรงงานต่างๆ สามารถผลิตได้ตามแผนงาน และควบคุมค่าใช้จ่ายต่างลงอย่างชัดเจน

สำหรับส่วนแบ่งผลกำไร บริษัท บางจาก ไบโอฟูเอล จำกัด (BBF) ตามสัดส่วนการถือหุ้น 30% นั้น บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมของภาครัฐ ที่ให้ใช้ไบโอดีเซลเป็นพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง โดยปรับให้มีการใช้น้ำมันดีเซลจาก B10 เป็น B20 ซึ่งในไตรมาสแรกนี้ BBF มีผลประกอบการที่โดดเด่น ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับอานิสงส์จากกรณีดังกล่าว อ่านเพิ่มเติม